“ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง” ทรูมันนี่ ส่ง “เพย์ เน็กซ์” ชิงเค้กตลาด 6 หมื่นล้าน เจาะคนรุ่นใหม่
ทรูมันนี่ เปิดตัว ‘เพย์ เน็กซ์ (Pay Next) เงินติดมือ’ วงเงินใช้ก่อน จ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครดิตวงเงิน เพื่อจ่ายสินค้าและบริการ ผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท
โดย Pay Next เงินติดมือ เป็นวงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลัง สำหรับซื้อสินค้าและบริการแบบไม่ต้องออกเงินสดก่อน ช่วยให้เข้าถึงวงเงินเพื่อใช้จ่ายได้ง่าย ผ่านแอพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท ซึ่งให้วงเงินสูงสุด 10,000 บาท และไม่มีดอกเบี้ยหากชำระภายในกรอบเวลาที่กำหนด หรือเลือกผ่อนได้สูงสุดนาน 5 เดือน
นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้พัฒนาและเปิดตัวบริการ ‘Pay Next เงินติดมือ’ วงเงินใช้ก่อน จ่ายทีหลัง
ส่องงบ Shopee ในไทย ขาดทุนสะสม 1.9 หมื่นล้าน หลังปิดกิจการ 4 ประเทศ
เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่าน ทรูมันนี่ วอลเล็ท
ทั้งนี้จากการสำรวจลูกค้าก่อนหน้านี้พบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่จำนวนมากมองผลิตภัณฑ์การเงินประเภทใช้ก่อนจ่ายทีหลัง เป็นเครดิตทางการเงินที่ช่วยให้สามารถใช้จ่ายได้สะดวกสบาย เพราะไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสดออกไปก่อน จากข้อมูลดังกล่าว จึงได้พัฒนา ‘Pay Next เงินติดมือ’ โดยทยอยให้ลูกค้าทดลองใช้ในช่วงที่ผ่านมา จนมาถึงการเปิดตัวบริการอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าทั่วประเทศในวันนี้
ซึ่งนับจากได้เริ่มทยอยให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้บริการ Pay Next ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีลูกค้าทรูมันนี่ที่สมัคร Pay Nextกว่า 2 ล้านราย โดยการสำรวจกลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้ยังพบว่ากว่า 94% มีความพึงพอใจกับบริการ เพราะมองว่าตอบโจทย์การใช้จ่ายที่ช่วยให้ไม่ต้องออกเงินตัวเองไปก่อน
นอกจากนี้ Pay Next ยังมีอีกหนึ่งบริการบน ทรูมันนี่ วอลเล็ท ที่ชื่อว่า ‘เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra) วงเงินสะดวกใช้ผ่อนสบาย สำหรับใช้ผ่อนชำระสินค้าและบริการจากร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ โดยให้วงเงินเพื่อใช้ซื้อสินค้าสูงถึง 50,000 บาท ผ่อนนานสูงสุด 36 เดือน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตก็สามารถผ่อนชำระสินค้าได้ โดยทรูมันนี่ ตั้งเป้าขยายบริการ Pay Next Extra ให้ครอบคลุม 7,000 ร้านค้าในปีนี้
นายอิทธินันท์ วัฒน์สุขสันติ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์สินเชื่อ บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด ระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ตลาดสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลังในไทย มียอดการใช้จ่ายทั่วประเทศสูงถึง 60,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในอนาคตคาดว่าตลาดสินเชื่อนี้อาจจะเติบโตต่อไปได้อีกราว 10 เท่า โดยขณะนี้ Pay Next มีผู้ใช้งานแล้วราว 2 ล้านคน จากจำนวนฐานลูกค้าของทรูมันนี่ที่มีอยู่ราว 26 ล้านคนต่อปี จึงมองว่า Pay Next ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกจากฐานลูกค้าของทรูมันนี่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB